ข้อบังคับ
ของ
ชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
.........................................
หมวดที่
๑
ความทั่วไป
ข้อ ๑ ชมรมนี้มีชื่อว่า
ชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๒ เครื่องหมายชมรม เป็นรูปทหารในชุดฝึกลายพรางถืออาวุธปืนเล็กยาวในท่าเฉียงอาวุธอยู่บนพื้นทรงกลมสีเหลือง
ตรงกลางด้านบนมีแถบริบบิ้นเป็นธงไตรรงค์
ด้านล่างเป็นรูปแถบริบบิ้นสีเขียวอ่อนภายในมีอักษรสีเขียวข้อความว่าชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๓ สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ ณ
สโมสรนายทหารสัญญาบัตร ค่ายกฤษสีวะรา
ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของชมรม
๔.๑
เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานของสมาชิกทหารกองหนุน หน่วยราชการ และองค์กรอื่นๆ
๔.๒
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างความรู้
ความสามัคคีในการสนับสนุนความมั่นคงของชาติ
๔.๓
เพื่อเป็นการช่วยเหลือสวัสดิการแก่ทหารกองหนุนที่มีปัญหาได้รับความเดือดร้อน
๔.๔
เพื่อรวบรวมพลัง สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ
ในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม
สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติบ้านเมือง
๔.๕
เพื่อความจงรักภัคดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย
๔.๖
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานกับผู้ดำรงตำแหน่ง และหมดวาระไป
๔.๗
ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด หรือ สนุกเกอร์และไม่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกชนิด
หมวดที่ ๒
สมาชิก
ข้อ ๕ สมาชิกของชมรมมี ๒ ประเภท คือ
๕.๑
สมาชิกสามัญได้แก่ ทหารกองหนุน
และคู่สมรสที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร
ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมนี้แล้ว คำว่า “ทหารกองหนุน” หมายความว่า
พลทหารกองประจำการ ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนทุกชั้นจนถึงพ้นราชการ
รวมทั้งนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ ๓ ขึ้นไป
ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ และนำปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว
๕.๒
สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ
หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อ ๖
สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้
๖.๑
เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
๖.๒
เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓
ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๖.๔
ไม่ต้องคำพพากษาของศาลถึงที่สุด ให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถหรือต้องโทษจำคุก
ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ
การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เข้าเป็นสมาชิกของชมรมเท่านั้น
ข้อ ๗ ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรม
๗.๑
สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก ๒๐ บาท
๗.๒
สมาชิกสามัญต้องเสียค่าบำรุงชมรม
๗.๓
สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใด
ข้อ ๘ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ยื่นใบสมัครตามแบบของชมต่อเลขานุการ
โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และเลขานุการติดประกาศราชื่อผู้สมัครไว้ ณ
สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น
เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก(ถ้ามี)
เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ
เพื่อพิจจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว
ผลเป็นประการใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ ๙
ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก
ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน
นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร
ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียน ภายใน กำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์
ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
ได้มาถึงชมรม
ข้อ ๑๑
สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๑๑.๑
ตาย
๑๑.๒
ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ
และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับชมรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
๑๑.๓
ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๑.๔
ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
ข้อ ๑๒ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
๑๒.๑
มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
๑๒.๒
มีสิทธิเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมต่อคณะกรรมการ
๑๒.๓
มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการต่างๆที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๔
มีสิทธิร่วมประชุมใหญ่ของชมรม
๑๒.๕
สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง
หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการชมรมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในสที่ประชุมได้คนละ ๑
คะแนนเสียง
๑๒.๖
มีสิทธิเรียกร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารบัญชีทรัพย์สินของชมรม
๑๒.๗
มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๓
ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมสใหญ่วิสามัญได้
๑๒.๘
มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของชมรมโดยเคร่งครัด
๑๒.๙
มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม
๑๒.๑๐
มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรม
๑๒.๑๑
มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๑๒
มีหน้าที่ช่วยเผยแผ่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวดที่
๓
การดำเนินกิจการของชมรม
ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการชมรมอย่างน้อย
๑๕ คน อย่างมากไม่เกิน ๓๐ คน
คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของชมรม
และให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกชมรม ๑ คน
และอุปนายก ๔ คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกชมรมเป็นผู้แต่งตั้ง
ผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของชมรม
ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแน่งกรรมการชมรมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
๑๓.๑
ประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจกรรมของชมรม
เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก
และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของชมรม
๑๓.๒
อุปนายก
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจกรรมชมรมปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานชมรมได้มอบหมาย
และทำหน้าที่แทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่
หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนประธานชมรมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
๑๓.๓
เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด
เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ชมรมในการปฏิบัติกิจการของชมรม และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมชมรม
ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาชิก
๑๓.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม
เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุลของชมรม
และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของชมรม
๑๓.๕
ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของชมรม เป็นหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ
ของชมรม
๑๓.๖
นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรม
ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมสมาชิก
๑๓.๗
ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการ เกียรติและชื่อเสียง
ของชมรมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปเป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย
๑๓.๘
กรรมการ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นควรกำหนดให้มีขึ้น
โดยมีจำนวนตำแหน่งอื่นๆ เมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้ว
จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ ๑๔
คณะกรรมการของชมรมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี
และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว
แต่กรรมการชุดใหม่ยังมิได้รับอนุญาติให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน
จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
และเมื่อคณะกรรมการาชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว
ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน
๓๐ วัน นับตั้งแต่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนทางราชการ
ข้อ ๑๕ ตำแหน่งกรรมการชมรม
ถ้าต้องว่างลงก่อนกำหนด
ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสามาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้ารับตำแหน่งแทนที่ว่างลงนั้น
แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น
ข้อ ๑๖ กรรมการอาจจะพ้นตำแหน่ง
ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ
๑๖.๑
ตาย
๑๖.๒
ลาออก
๑๖.๓
ขาดจากสมาชิกภาพ
๑๖.๔
ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๗
กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการที่มีมติให้ออก
ข้อ ๑๘ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
๑๘.๑
มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกปฏิบัติ
โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
๑๘.๒
มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม
๑๘.๓
มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการเป็นที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้
แต่กรรมการที่เป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๘.๔
มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๘.๕
มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๑๘.๖
มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ
ตามข้อบังคับได้กำหนดไว้
๑๘.๗
มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม
๑๘.๘
มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิก จำนวน ๑ ใน ๓
ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญชึ้นภายใน
๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
๑๘.๙
มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
ของชมรมไว้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๘.๑๐
จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของชมรมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกรับทราบ
๑๘.๑๑
มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
ข้อ ๑๙ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย
๒ เดือน ต่อครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม
ข้อ ๒๐ การประชุมคณะกรรมการ
จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการ
ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๑ ในที่ประชุมคณะกรรมการ
ถ้าประธานชมรมและอุปนายกชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม
หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการทีเข้าประชุมนั้นเลือกตั้งกันเอง
เพื่อให้คณะกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่
๔
การประชุมใหญ่
ข้อ ๒๒ การประชุมใหญ่ของชมรมมี ๒
ประเภทคือ
๒๒.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๒.๒
ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๒๓
คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง
ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี
ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่วิสามัญ
อาจมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น
หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓
ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อกรรมการจัดให้มีขึ้น
ข้อ ๒๕ การแจ้งกำหนดการนัดประชุมใหญ่
ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดการนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ
และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน
โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน
และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน
ก่อนถึงกำหนดประชุมใหญ่
ข้อ ๒๖ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
จะต้องมีวาระการประชุมอย่างาน้อยดังต่อไปนี้
๒๖.๑
แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๖.๒
แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
๒๖.๓
เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๖.๔
เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๒๖.๕
เรื่องอื่นๆ ถ้ามี
ข้อ ๒๗ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
หรือการประชุมวิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด
จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าถึงกำหนดเวลประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม
ให้คณะกรรมการของชมรมเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔
วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับในการประชุมครั้งหลังนี้
ถ้าสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมสามัญเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุมยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่
ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๒๘ ในการประชุมใหญ่ของชมรม
ถ้าประธานชมรม และอุปนายกชมรมไม่มาเข้าร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่เข้าร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง
ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่
๕
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ ๓๐
การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
เงินสดของชมรมถ้ามีให้ฝากไว้ในธนาคารทหารไทย สาขาจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงิน
หรือเช็คของชมรม จะต้องมีลายมือชือ่ประธานชมรม หรือทำการแทนลงนามร่วกับเหรัญญิก
หรือเลขานุการ พร้อกับประทับตราของชมรมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ ๓๒
ให้ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายของชมรมได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท
(ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
(หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเกินกว่านี้
ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของชมรม
ข้อ ๓๓
ให้เหริญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดของชมรมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่านี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของชมรมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ ๓๔ เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ
รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของประธานชมรมหรือผู้ทำการแทน
พร้อมกับประทับตราของชมรมทุกครั้ง
ข้อ ๓๕
ผู้สอบจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรม
และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๓๖ ผู้สอบบัญชี
มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และ
สามารถจะเชิญกรรมการ
หรือเจ้าหน้าที่ของชมรมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของชมรมได้
ข้อ ๓๗
คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
ข้อ ๓๘ ชมรมมีรายได้ดังต่อไปนี้
๓๘.๑
ค่าบำรุงสมาชิก
๓๘.๒
ดอกเบี้ยพันธบัตร(ถ้ามี)หรือดอกเบี้ยเงินฝากของชมรม
๓๘.๓
เงินผลประโยชน์จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ของชมรม(ถ้ามี)
๓๘.๔
เงินบริจาคสมาชิก หรือ บุคคลภายนอก
๓๘.๕
ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่ชมรม
๓๘.๖
รายได้อื่นๆจากการจัดกิจกรรมของชมรม
หมวดที่
๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกชมรม
ข้อ ๓๙
ข้อบังคับของชมรมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมเท่านั้น
และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๔๐
การเลิกชมรมเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของชมรม
ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔๑ เมื่อชมรมต้องเลิก
ไม่ว่าเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่
หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นทีเรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของมูลนิธิบุญวาทย์วิหารพระอารามหลวง
หมวดที่
๗
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๒
ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ ๔๓ เมื่อชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ
ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
และสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป
นายสังขพงศ์ นพแก้ว
ประธานชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร