หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข้อบังคับ ชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร



ข้อบังคับ
ของ
ชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
.........................................
หมวดที่ ๑
ความทั่วไป
ข้อ ๑ ชมรมนี้มีชื่อว่า ชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๒ เครื่องหมายชมรม เป็นรูปทหารในชุดฝึกลายพรางถืออาวุธปืนเล็กยาวในท่าเฉียงอาวุธอยู่บนพื้นทรงกลมสีเหลือง ตรงกลางด้านบนมีแถบริบบิ้นเป็นธงไตรรงค์ ด้านล่างเป็นรูปแถบริบบิ้นสีเขียวอ่อนภายในมีอักษรสีเขียวข้อความว่าชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๓ สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร ค่ายกฤษสีวะรา
ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของชมรม
      ๔.๑ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานของสมาชิกทหารกองหนุน หน่วยราชการ และองค์กรอื่นๆ
      ๔.๒ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างความรู้ ความสามัคคีในการสนับสนุนความมั่นคงของชาติ
      ๔.๓ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสวัสดิการแก่ทหารกองหนุนที่มีปัญหาได้รับความเดือดร้อน
      ๔.๔ เพื่อรวบรวมพลัง สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติบ้านเมือง
      ๔.๕ เพื่อความจงรักภัคดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย
๔.๖ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานกับผู้ดำรงตำแหน่ง และหมดวาระไป
๔.๗ ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด หรือ สนุกเกอร์และไม่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกชนิด

หมวดที่ ๒
สมาชิก
ข้อ ๕ สมาชิกของชมรมมี ๒ ประเภท คือ
      ๕.๑ สมาชิกสามัญได้แก่ ทหารกองหนุน และคู่สมรสที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมนี้แล้ว คำว่า “ทหารกองหนุน” หมายความว่า พลทหารกองประจำการ ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนทุกชั้นจนถึงพ้นราชการ รวมทั้งนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ ๓ ขึ้นไป ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ และนำปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว
      ๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อ ๖ สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้
      ๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
      ๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
      ๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
      ๖.๔ ไม่ต้องคำพพากษาของศาลถึงที่สุด ให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถหรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เข้าเป็นสมาชิกของชมรมเท่านั้น
ข้อ ๗ ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรม
      ๗.๑ สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก ๒๐ บาท
      ๗.๒ สมาชิกสามัญต้องเสียค่าบำรุงชมรม
      ๗.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใด
ข้อ ๘ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ยื่นใบสมัครตามแบบของชมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และเลขานุการติดประกาศราชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก(ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของชมรม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ ๙ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียน ภายใน กำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ได้มาถึงชมรม
ข้อ ๑๑ สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
      ๑๑.๑ ตาย
      ๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับชมรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
      ๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
      ๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
ข้อ ๑๒ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
      ๑๒.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
      ๑๒.๒ มีสิทธิเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมต่อคณะกรรมการ
      ๑๒.๓ มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการต่างๆที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
      ๑๒.๔ มีสิทธิร่วมประชุมใหญ่ของชมรม
      ๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการชมรมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในสที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง
      ๑๒.๖ มีสิทธิเรียกร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารบัญชีทรัพย์สินของชมรม
      ๑๒.๗ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมสใหญ่วิสามัญได้
      ๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของชมรมโดยเคร่งครัด
      ๑๒.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม
      ๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรม
      ๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแผ่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการของชมรม
ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการชมรมอย่างน้อย ๑๕ คน อย่างมากไม่เกิน ๓๐ คน คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของชมรม และให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกชมรม ๑ คน และอุปนายก ๔ คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกชมรมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของชมรม ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแน่งกรรมการชมรมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
      ๑๓.๑ ประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจกรรมของชมรม เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของชมรม
      ๑๓.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจกรรมชมรมปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานชมรมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนประธานชมรมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
      ๑๓.๓ เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ชมรมในการปฏิบัติกิจการของชมรม และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมชมรม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาชิก
      ๑๓.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุลของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของชมรม
      ๑๓.๕ ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของชมรม เป็นหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของชมรม
      ๑๓.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมสมาชิก
      ๑๓.๗ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการ เกียรติและชื่อเสียง ของชมรมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปเป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย
      ๑๓.๘ กรรมการ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนตำแหน่งอื่นๆ เมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ ๑๔ คณะกรรมการของชมรมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่กรรมการชุดใหม่ยังมิได้รับอนุญาติให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการาชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนทางราชการ
ข้อ ๑๕ ตำแหน่งกรรมการชมรม ถ้าต้องว่างลงก่อนกำหนด ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสามาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้ารับตำแหน่งแทนที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น
ข้อ ๑๖ กรรมการอาจจะพ้นตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ
      ๑๖.๑ ตาย
      ๑๖.๒ ลาออก
      ๑๖.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
      ๑๖.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๗ กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการที่มีมติให้ออก
ข้อ ๑๘ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
      ๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
      ๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม
      ๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการเป็นที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่เป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
      ๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
      ๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
      ๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามข้อบังคับได้กำหนดไว้
      ๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม
      ๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิก จำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญชึ้นภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
      ๑๘.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรมไว้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
      ๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของชมรมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกรับทราบ
      ๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
ข้อ ๑๙ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย ๒ เดือน ต่อครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม
ข้อ ๒๐ การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๑ ในที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานชมรมและอุปนายกชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการทีเข้าประชุมนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้คณะกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่
ข้อ ๒๒ การประชุมใหญ่ของชมรมมี ๒ ประเภทคือ
      ๒๒.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
      ๒๒.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๒๓ คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี
ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อกรรมการจัดให้มีขึ้น
ข้อ ๒๕ การแจ้งกำหนดการนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดการนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดประชุมใหญ่
ข้อ ๒๖ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างาน้อยดังต่อไปนี้
      ๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
      ๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
      ๒๖.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
      ๒๖.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
      ๒๖.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี
ข้อ ๒๗ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมวิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าถึงกำหนดเวลประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของชมรมเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับในการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้าสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมสามัญเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุมยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๒๘ ในการประชุมใหญ่ของชมรม ถ้าประธานชมรม และอุปนายกชมรมไม่มาเข้าร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่เข้าร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ ๓๐ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของชมรมถ้ามีให้ฝากไว้ในธนาคารทหารไทย สาขาจังหวัดสกลนคร
ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของชมรม จะต้องมีลายมือชือ่ประธานชมรม หรือทำการแทนลงนามร่วกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อกับประทับตราของชมรมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ ๓๒ ให้ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายของชมรมได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของชมรม
ข้อ ๓๓ ให้เหริญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดของชมรมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของชมรมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ ๓๔ เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของประธานชมรมหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของชมรมทุกครั้ง
ข้อ ๓๕ ผู้สอบจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๓๖ ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และ สามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของชมรมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของชมรมได้
ข้อ ๓๗ คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
ข้อ ๓๘ ชมรมมีรายได้ดังต่อไปนี้
      ๓๘.๑ ค่าบำรุงสมาชิก
      ๓๘.๒ ดอกเบี้ยพันธบัตร(ถ้ามี)หรือดอกเบี้ยเงินฝากของชมรม
      ๓๘.๓ เงินผลประโยชน์จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ของชมรม(ถ้ามี)
      ๓๘.๔ เงินบริจาคสมาชิก หรือ บุคคลภายนอก
      ๓๘.๕ ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่ชมรม
      ๓๘.๖ รายได้อื่นๆจากการจัดกิจกรรมของชมรม

หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกชมรม
ข้อ ๓๙ ข้อบังคับของชมรมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมเท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๔๐ การเลิกชมรมเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของชมรม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔๑ เมื่อชมรมต้องเลิก ไม่ว่าเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นทีเรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของมูลนิธิบุญวาทย์วิหารพระอารามหลวง

หมวดที่ ๗
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๒ ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ ๔๓ เมื่อชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป
     
                              นายสังขพงศ์     นพแก้ว
                    ประธานชมรมทหารกองหนุนจังหวัดสกลนคร